<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-7184129537061112599</id><updated>2012-01-20T06:44:34.509-08:00</updated><category term='ปลาทอง'/><category term='การนำปลาทองลงตู้'/><category term='โรคจุดขาว'/><category term='การเลือกปลาทอง'/><category term='อาหาร ปลาทอง'/><category term='เพศปลาทอง'/><category term='เกี่ยวกับปลาทอง'/><category term='เตรียมตัวเลี้ยงปลาทอง'/><category term='ลักษณะปลาทอง'/><category term='ปลาทอง กับ ฮวงจุ้ย'/><title type='text'>ปลาทอง</title><subtitle type='html'>ปลาทอง เป็นปลาน้ำจีดที่ เป็นที่นิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงามมาตั้งแต่ 2000 ปีก่อน
การเลี้ยง ปลาทอง นั้นไม่ได้ยากอย่างที่คิด ปลาทอง มีต้นกำเนิดในประเทศจีน ปลาทอง มีหลากหลายพันธุ์ และมีความสวยงามแตกต่างกัน</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://xn--12cm1cp2bo1d1am.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7184129537061112599/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://xn--12cm1cp2bo1d1am.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>G_</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>9</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7184129537061112599.post-2082231330711671400</id><published>2012-01-20T06:29:00.000-08:00</published><updated>2012-01-20T06:44:34.524-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='โรคจุดขาว'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ปลาทอง'/><title type='text'>โรคจุดขาวใน ปลาทอง</title><content type='html'>&lt;strong&gt;โรคจุดขาว ในปลาทอง&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาการของโรคจุดขาวคือ ที่ตัวปลาจะมีจุดขาว ๆ ขนาดเล็กประมาณ0.5-1.0 มิลิเมตร หรืออาจจะเกิดขึ้น ที่ครีบและเหงือก แล้วจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนสามารถเห็นได้ชัด ลักษณะการว่ายน้ำของปลา จะแกว่งไปมาและพยายามที่จะ ถูลำตัวกับพื้นก้อนหินหรือต้นไม้น้ำ เพื่อให้จุดขาวเหล่านั้นหลุดออกไป เมื่อมีอาการของโรคจุดขาว ปลาทองจะไม่ค่อยทานอาหารปลาบางชนิด และจะลอยคอขึ้นมาอยู่บนผิวน้ำหรือจะอยู่ตามนิ่ง ตามมุมตู้&lt;br /&gt; สำหรับปลาทองที่มีสีอ่อนจะสังเกตุยาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สาเหตุ ของโรคจุดขาวในปลาทองนั้น เกิดจากเชื้อจุลินทรีย์ในน้ำชนิดหนึ่งชื่อ lchthyophthirius sp.&lt;br /&gt;มีขนาดเล็กเกาะอยู่เชื้อนี้ เติบโตอยู่บนผิวของปลาทองที่สุขภาพอ่อนแอ  (อาการอ่อนแอนี้อาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของน้ำมากๆ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธีป้องกัน และ รักษาโรคจุดขาว คือ พยายามรักษาระดับอุณหภูมิของน้ำให้สม่ำเสมอ อย่าให้อุณหภูมิน้ำเปลี่ยนแปลงโดยฉับพลัน สำหรับปลาที่เป็นโรค เราควรที่แยกปลาทองออกมากักโรค เพื่อไม่ให้โรคแพร่กระจายไปยังปลาตัวอื่น โรคนี้สามารถรักษาด้วยการใช้ตัวยาเคมีบางชนิดที่ใช้ฆ่าเชื่อเชื้อได้ สำหรับตัวยานั้นสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายสัตว์น้ำทั่วๆไป&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7184129537061112599-2082231330711671400?l=xn--12cm1cp2bo1d1am.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7184129537061112599/posts/default/2082231330711671400'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7184129537061112599/posts/default/2082231330711671400'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://xn--12cm1cp2bo1d1am.blogspot.com/2012/01/goldfish-disease.html' title='โรคจุดขาวใน ปลาทอง'/><author><name>G_</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7184129537061112599.post-480924695778440897</id><published>2011-12-29T02:47:00.000-08:00</published><updated>2011-12-29T04:55:47.190-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ลักษณะปลาทอง'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ปลาทอง'/><title type='text'>Goldfish structure</title><content type='html'>&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/-RpwaU2KA7D4/TvxioO69vgI/AAAAAAAAAUI/G7y9FnCVTP4/s1600/goldfish-main_Full.jpg"&gt;&lt;img style="margin: 0px 0px 10px 10px; width: 200px; height: 193px; float: right; cursor: pointer;" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5691532472429166082" border="0" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/-RpwaU2KA7D4/TvxioO69vgI/AAAAAAAAAUI/G7y9FnCVTP4/s200/goldfish-main_Full.jpg" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a name="3_ลักษณะรูปร่างของปลาทอง"&gt;&lt;strong&gt;ลักษณะของปลาทอง&lt;/strong&gt;&lt;/a&gt; &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;ปลาทองแต่ละพันธุ์จะมีรูปร่างลักษณะ เฉพาะที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละสายพันธุ์ จากการที่มีการพัฒนาทางด้านการเพาะพันธุ์ มีการคัดเลือกลักษณะเด่นที่ต้องการ แล้วนำมาเพาะพันธุ์ต่อมาเรื่อยๆ ทำให้ได้ปลาทองที่มีลักษณะและสีสันสวยงามหลายแบบด้วยกัน&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;สายพันธุ์ดั้งเดิมของปลาทองที่พบทั่วไปในธรรมชาติ จะมีลักษณะคล้ายปลาไนแต่ปลาทองจะมีขนาดที่เล็กกว่ามาก ปลาทองจะรูปร่างค่อนข้างป้อมและแบนข้างเล็กน้อย ส่วนปากมีขนาดเล็ก มีหนวดสั้นๆ 2 คู่ ครีบหลังค่อนข้างยาวครีบหางเป็นแฉก ลำตัวมีสีน้ำตาลคล้ำอมทองหรือสีส้ม บริเวณท้องของปลาทองจะมีสีจางกว่าลำตัวหรือมีสีขาวเงิน&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;แต่เนื่องจากมีการเลี้ยงปลาทองอย่างแพร่หลายในประเทศต่างๆ หลายประเทศ ประกอบกับปลาทองเป็นปลา ที่สามารถผสมพันธุ์ข้ามสายพันธุ์กับปลาอื่นๆในกลุ่มเดียวกันได้ง่าย ทำให้มีการพัฒนาสายพันธุ์ปลาทองชนิดใหม่ๆ อย่างแพร่หลาย ทำให้ปลาทองมีลักษณะเด่น และมีสวยงามแตกต่างกันไป ซึ่งลักษณะเด่นๆที่สำคัญที่มีการเปลี่ยนแปลงไป ตามสายพันธุ์ของปลาทอง ซึ่งสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปจากพันธุ์ดั่งเดิ่มจากการพัฒนาสายพันธุ์ของปลาทอง ได้แก่ ครีบหาง, ครีบก้น, ครีบหลัง, ส่วนหัว, และ ตา เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7184129537061112599-480924695778440897?l=xn--12cm1cp2bo1d1am.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7184129537061112599/posts/default/480924695778440897'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7184129537061112599/posts/default/480924695778440897'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://xn--12cm1cp2bo1d1am.blogspot.com/2011/12/goldfish-structure.html' title='Goldfish structure'/><author><name>G_</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/-RpwaU2KA7D4/TvxioO69vgI/AAAAAAAAAUI/G7y9FnCVTP4/s72-c/goldfish-main_Full.jpg' height='72' width='72'/></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7184129537061112599.post-2455984980927997166</id><published>2011-10-06T04:20:00.000-07:00</published><updated>2011-10-06T12:22:31.897-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ปลาทอง'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เกี่ยวกับปลาทอง'/><title type='text'>ปลาทอง</title><content type='html'>&lt;strong&gt;ปลาทอง&lt;/strong&gt; &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปลาทองเป็นปลาน้ำจืด ที่ชื่อมีความหมายที่ดี และ ล้ำค่าแก่เจ้าของ และปลาทองยังเป็นปลาที่นิยมเลี้ยงกันอย่างแพร่หลาย&lt;br /&gt;ตั้งแต่อดีต ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงปลาทอง ไว้ดูเล่น หรือ เลี้ยงปลาทองไว้เป็นเคล็ดฮวงจุ้ย ปลาทองมีสายพันธุ์ที่หลากหลายและเป็นที่ต้องการของตลาด ใน และ ต่างประเทศอย่างมาก และ การเพาะเลี้ยงปลาทองก็เป็นอีกอาชีพที่ สร้างรายได้ ได้เป็นอย่างดี&lt;br /&gt;การเลี้ยงปลาทอง มีมานานกว่า 2000 ปี โดยเฉพาะในประเทศจีน และญี่ปุ่น ชึ่งตามประวัติแล้ว ถือได้ว่า ปลาทอง เป็นปลาชนิดแรกที่มนุษย์เลี้ยงเพื่อความสวยงามก็ว่าได้ ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาสายพันธุ์ปลาทอง อย่างมากมาย และหลากหลาย ซึ่งได้แก่ &lt;br /&gt;ปลาทองพันธุ์หัวสิงห์ (Lion head), พันธุ์ออแรนดา (Oranda), ปลาทอง เกล็ดแก้ว (Pearl scale),&lt;br /&gt;ปลาทองตาโปน (Telescope eye), ปลาทองพันธุ์ริวกิ้น (Ryukin) ปลาทองตาลูกโป่ง (Bubble eye) เป็นต้น &lt;br /&gt;ซึ่งนอกจากนี้แล้ว ยังมีปลาทองอีกหลากหลายสายพันธุ์ด้วยกัน ซึ่งสามารถเลือกเลี้ยงได้ตามความชอบ และความพอใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_vdd2GIVZVu4/S6uyQoQm-mI/AAAAAAAAAGE/NMy6Ol_AIsA/s1600/goldfish-main_Full.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 400px; height: 386px;" src="http://2.bp.blogspot.com/_vdd2GIVZVu4/S6uyQoQm-mI/AAAAAAAAAGE/NMy6Ol_AIsA/s400/goldfish-main_Full.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5452647772616850018" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลายคนเรียก ปลาทอง ว่า ปลาเงินปลาทอง   โดยมีชื่อสามัญภาษาอังกฤษว่า Goldfish ซึ่งปลาทอง เป็น&lt;br /&gt;ปลาที่อยู่ในตระกลู Cyprinidae โดยชื่อวิทยาศาสตร์ของปลาทอง คือ Carassius auratus (Linn.)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปลาทอง มีต้นกำเนิดอยู่ ทางตอนใต้ ของประเทศจีน โดยในธรรมชาติ ปลาทองชอบอาศัยตามหนองน้ำ และ ลำคลองที่ใสสะอาด&lt;br /&gt; ที่ติดกับแม่น้ำ ในสภาพแวดล้อมที่ดี ปลาทอง สามารถมีอายุขัย ยืนยาวอยู่ได้ถึง 20 ถึง 30 ปี เลยทีเดียว สำหรับปลาทองที่เลี้ยงไว้ดูเล่นจะมีช่วงชีวิต เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 7-8 ปี เท่านั้น พบจำนวนน้อยมากที่มีอายุถึง   20 ปี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประเทศ ฮ่องกง สิงคโปร์ จีน และญี่ปุ่น ก็เป็นประเทศที่นิยมเลี้ยงปลาทอง เป็นอันดับต้นๆของโลก และยังเป็นศูนย์กลาง&lt;br /&gt;ในการส่งออก ปลาทอง ที่ใหญ่มากอีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปลาทอง ในประเทศไทยนั้น การเพาะ ปลาทอง ส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดภาคกลาง ไม่ว่าจะเป็น ราชบุรี นนทบุรี นครปฐม และ กทม.  &lt;br /&gt;การเพาะเลี้ยงปลาทอง ในประเทศไทย นั้นส่วนใหญ่จะเพาะพันธุ์  ปลาทอง เพื่อการจำหน่ายภายในประเทศเท่านั้น&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7184129537061112599-2455984980927997166?l=xn--12cm1cp2bo1d1am.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7184129537061112599/posts/default/2455984980927997166'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7184129537061112599/posts/default/2455984980927997166'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://xn--12cm1cp2bo1d1am.blogspot.com/2010/03/blog-post.html' title='ปลาทอง'/><author><name>G_</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_vdd2GIVZVu4/S6uyQoQm-mI/AAAAAAAAAGE/NMy6Ol_AIsA/s72-c/goldfish-main_Full.jpg' height='72' width='72'/></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7184129537061112599.post-4242982190687448577</id><published>2011-10-06T04:16:00.000-07:00</published><updated>2011-10-06T12:14:53.716-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เพศปลาทอง'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ปลาทอง'/><title type='text'>การแยกเพศปลาทอง</title><content type='html'>&lt;strong&gt;การจำแนกเพศปลาทอง &lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การที่เราจะดูว่าปลาทองที่เราเลี้ยงไว้นั้นเป็นเพศผู้ หรือเพศเมีย นั้นไม่ได้ยากอย่างที่คิด หลายคนคงสงสัยว่าปลาทองนั้นดูเพศได้อย่างไร เพราะดูๆแล้ว ปลาทองดูยังไง ก็หน้าตาเหมือนๆกัน แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าตัวไหนเพศผู้ตัวไหนเพศเมีย จริงๆแล้ว ผู้เลี้ยงปลาโดยทั่วไป ก็สามารถแยกเพศปลาทองได้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธีการดูเพศของปลาทอง ถ้าดูที่ ลักษณะภายนอกของลำตัวปลาทอง แล้วจะจะหาความแตกต่างไม่พบ การแยกเพศจะทำได้ก็ต่อเมื่อปลามีการเจริญเติบโตเต็มวัย  โดยปลาทองไว้ประมาณ 6 - 8 เดือน ขึ้นไป &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธีสังเกตุคือ เพศผู้จะมีตุ่ม หรือจุดเล็กๆสีขาว เกิดขึ้นบริเวณ เหงือก และ ก้านครีบอันแรกของครีบช่วงอก ซึ่งถ้าสังเกตุดีๆจะพอเห็นได้ และสามารถเห็นได้ชัดเมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์ของปลาทอง แต่ในช่วงนอกฤดูกาลผสมพันธุ์ ตุ่มพวกนี้จะมีขนาดเล็กสังเกตุและได้ค่อนข้างยาก แต่ก็สามารถแยกเพศได้โดยการสัมผัส โดยใช้มือลูบเบาๆที่ครีบอก ถ้าเป็นปลาทองเพศผู้จะรู้สึกสากมือเนื่องจากมีตุ่มดังกล่าว แต่ถ้าเป็นปลาเพศเมียจะรู้สึกว่าครีบอกนั้นจะลื่น &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://1.bp.blogspot.com/-38UFpQBTGHM/To38xH5Js5I/AAAAAAAAASo/LV-s_h5FxGk/s1600/goldfishgender.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 200px; height: 150px;" src="http://1.bp.blogspot.com/-38UFpQBTGHM/To38xH5Js5I/AAAAAAAAASo/LV-s_h5FxGk/s200/goldfishgender.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5660458227537130386" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ในภาพ ปลาทองตัวผู้ ช่วงผสมพันธุ์ มีตุ่มสีขาวๆให้เห็นบริเวณเหงือก อย่างชัดเจน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากนี้ อีกวิธีหนึ่งคือในช่วงที่ปลาทอง มีความพร้อมในการผสมพันธุ์ คือปลาเพศเมียมีไข่แก่ และปลาเพศผู้มีน้ำเชื้ออุดมสมบูรณ์ ถ้าจับที่บริเวณท้องของเพศเมียจะรู้สึกว่าค่อนข้างนิ่ม และที่ช่องเพศจะขยายตัวนูนสูงขึ้น ส่วนปลาเพศผู้ถ้าลองรีดที่บริเวณท้องลงไปทางช่องเพศ จะเห็นว่ามีน้ำเชื้อซึ่งเป็นสีขาวขุ่นคล้ายน้ำนม ไหลออกมาเล็กน้อยได้ นอกจากนี้ในช่วงผสมพันธุ์ เราสามารถที่จะสังเกตุจาก พฤติกรรมของปลาทองได้ด้วย คือ ตัวผู้มักจะไล่ตามตัวเมีย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จริงๆแแล้วปลาทอง ตัวผู้และตัวเมีย มีความแตกต่างกันอีกในหลายๆอย่าง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนักในการจำแนก เช่น ตัวเมียจะมีลักษณะที่ใหญ่และอุ้ยอ้ายกว่าตัวผู้ที่ดูตัวเล็กกว่า และ ในส่วนคลีบหน้าอกของปลาตัวผู้จะมีลักษณะที่เรียวยาวกว่าตัวเมีย ที่มีคลีบกลม และหนากว่า ซึ่งถ้าไม่มีความชำนาญจะดูไม่ค่อยออก&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7184129537061112599-4242982190687448577?l=xn--12cm1cp2bo1d1am.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7184129537061112599/posts/default/4242982190687448577'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7184129537061112599/posts/default/4242982190687448577'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://xn--12cm1cp2bo1d1am.blogspot.com/2011/10/goldfish-gender-identification.html' title='การแยกเพศปลาทอง'/><author><name>G_</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/-38UFpQBTGHM/To38xH5Js5I/AAAAAAAAASo/LV-s_h5FxGk/s72-c/goldfishgender.jpg' height='72' width='72'/></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7184129537061112599.post-858201844038473274</id><published>2010-04-18T21:38:00.000-07:00</published><updated>2010-04-18T22:19:45.376-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ปลาทอง'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='อาหาร ปลาทอง'/><title type='text'>อาหาร ปลาทอง</title><content type='html'>&lt;strong&gt;อาหารสำหรับ ปลาทอง&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาหารสำหรับ ปลาทอง มีหลากหลายชนิดดังต่อไปนี้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1. อาหารตามธรรมชาติ ปลาทอง เป็นปลาที่กินอาหารได้ทั้งสัตว์และพืช แต่ ปลาทอง จะชอบทาน สิ่งมีชีวิต ประเภท ลูกน้ำและ ไรแดง มากเป็นพิเศษ ซึ่งให้โปรตีนสูง เหมาะกับการเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ ปลาทอง ในปัจจุบันหนอนแมลงวัน ก็เป็นอาหารอีกชนิดที่นิยมนำมาเป็นอาหารสำหรับเลี้ยงปลาทอง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ข้อดีของอาหารที่มีชีวิต&lt;br /&gt;- ปลาทอง จะมีเอนไซม์ช่วยย่อย ทำให้ปลาทองสามารถย่อยและทานได้ตลอดเวลา&lt;br /&gt;- อาหารที่มีชีวิตมี  กรดอะมิโนที่สำคัญ และจำเป็น  ช่วยให้ปลาทองเจริญเติบโตได้ดี&lt;br /&gt;- มีสารสีต่าง ๆ แบบธรรมชาติ ช่วยในการป้องกันและสร้างภูมิต้านทานโรคซึ่งปลาทอง ผลิตไม่ได้เองตามธรรมชาติ&lt;br /&gt;- มีราคาถูกกว่า อาหารปลาทอง เม็ดสำเร็จรูป &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; อาหารปลาทองสำเร็จรูป ได้แก่ อาหารเม็ด ที่มีขนาดเล็กเป็นอาหารที่เหมาะกับ ปลาทอง  &lt;br /&gt;การเลือกอาหารเม็ด ควรเลือกอาหารที่มีเปอร์เซ็นต์โปรตีนสูงซึ่งทำให้ปลาทองเติบโตได้ดีและมีสีสันสวยงามโดยทั่วไป&lt;br /&gt;โดยส่วนประกอบของอาหารปลาทองสำเร็จรูปควรมี โปรตีน ประมาณ 40 - 50 เปอร์เซ็นต์ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt; ข้อดีของอาหารปลาทองสำเร็จรูป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- สะดวก สบาย และ ไม่ยุ่งยากในการจัดเตรียมอาหารให้ปลาทอง&lt;br /&gt;- อาหารสำเร็จรูป บางชนิด มีการเสริมสารเร่งสี ทำให้ปลาทองมีสีสันสวยสด งดงาม&lt;br /&gt;- มีปริมาณ สารอาหารที่แน่นอน สามารถควบคุมการกินของปลาทอง ได้ง่าย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การให้อาหารปลาทอง นั้นควรคำนึงถึง ปริมาณอาหารที่ให้ โดยปริมาณ อาหารที่ให้ ควรให้วันละ 3 -5 เปอร์เซ็นต์ ของน้ำหนักปลาทอง การให้อาหาร โดยเฉพาะอาหารปลาทองชนิดเม็ดสำเร็จรูป ควรให้ในปริมาณที่ไม่มากเกินไปนัก โดยควรให้ปลาทอง ทานให้หมดภายใน 15 นาที ไม่เช่นนั้น น้ำในตู้ปลาทองอาจจะ เกิดการเน่าเสียได้เช่นกัน ซึ่งจะทำให้เกิดโรคแก่ปลาทอง โดยอาจจะแบ่งให้อาหารปลาทองวันละหลายรอบก็ได้&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7184129537061112599-858201844038473274?l=xn--12cm1cp2bo1d1am.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7184129537061112599/posts/default/858201844038473274'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7184129537061112599/posts/default/858201844038473274'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://xn--12cm1cp2bo1d1am.blogspot.com/2010/04/blog-post_18.html' title='อาหาร ปลาทอง'/><author><name>G_</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7184129537061112599.post-4266865775553081792</id><published>2010-04-13T23:27:00.000-07:00</published><updated>2010-04-15T03:21:18.817-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ปลาทอง'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การนำปลาทองลงตู้'/><title type='text'>เมื่อ ปลาทอง ถึงบ้าน</title><content type='html'>การนำน้อง ปลาทอง เข้าบ้าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากที่เราได้เลือกน้อง ปลาทอง แสนน่ารัก และ สมบูรณ์ แข็งแรงแล้ว การนำปลาทองมาใส่ตู้นั้นก็ยังมีขั้นตอนเล็กน้อย ที่จะลืมไม่ได้ ก็คือขั้นตอนการนำ ปลาทอง เข้าตู้ สำหรับมือใหม่ถอดด้าม ที่ยังไม่เคยเลี้ยงปลามาก่อน อย่าเพิ่งใจร้อนเติมน้ำตู้ปลา และเทปลาทองลงตู้ ในทันที เราจำเป็นที่จะต้องให้น้องปลาทอง ได้ปรับตัวเสียก่อน และน้ำที่มาใส่ตู้ปลานั้น ถ้าเป็นน้ำปะปา จำเป็นที่จะต้องพักน้ำก่อน อย่างน้อย 3 ชั่วโมง เพื่อให้คลอรีนที่เป็นอันตรายกับน้อยปลาทอง ระเหยออกไปก่อน หรือ ถ้าเป็นน้ำบาดาลที่มีปริมาณคาร์บอนไดออกไซต์ละลายอยู่ในน้ำในปริมาณสูง ก็เป็นอันตรายต้องน้อง ปลาทอง เช่นกัน ซึ่งจำเป็นที่จะต้องพักน้ำเช่นเดียวกัน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากการพักน้ำแล้ว สภาพน้ำที่แตกต่างระหว่างน้ำในตู้ปลา และ น้ำจากถุงที่เรานำปลาทองมา นั้นมีสภาพที่ต่างกัน เราจำเป็นต้องให้น้องปลาทอง ปรับตัวก่อนโดนการที่เราน้ำถุงใส่ปลาทองไปใส่ในตู้ปลา หรืออาจจะนำปลาทองถ่ายใส่ถังเล็กๆก่อนก็ได้ โดยใช้เวลาประมาณ ประมาณ 15 - 20 นาที เพื่อให้อุณหภูมิในตู้ปลา และ ถุงที่ใส่ปลาทองมีอุณหภูมิเท่ากัน จากนั้นเราเอาน้ำปางส่วนจากในตู้มาผสมกันน้ำในถุง และ นำน้ำจากในถุงปลาทองบางส่วนแบ่งไปใส่ในตู้เช่นกัน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนสำหรับผู้ที่มีปลาทองอยู่เดิมแล้ว อาจจะเห็นว่าเป็นวิธิพื้นๆที่ทำเป็นประจำอยู่แล้ว โดยเฉพาะตอนที่ต้องทำความสะอาดตู้ปลาทอง แต่การนำปลาทองใหม่เข้ามาอยู่กับน้องปลาทองเดิมนั้นมีขั้นตอนที่มากกว่านั้น นั้นคือ เราจำเป็นที่จะน้องนำน้องปลาทองที่ได้มาใหม่นั้น เลี้ยงแยกดูอาการไว้ก่อน เพราะน้องปลาทองที่ได้มาใหม่อาจจะมีโรคร้ายติดมาก็เป็นได้ โดยปกติแล้ว เราอาจจะเลี้ยงแยกดูอาการไว้ก่อนสัก 3-7 วัน ก่อนที่นำปลาทองที่ได้มาใหม่ปล่อยรวมเข้าไปในตู้ ซึ่งจะเป็นการปลอดภัยสำหรับน้องปลาทองของเราเอง&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7184129537061112599-4266865775553081792?l=xn--12cm1cp2bo1d1am.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7184129537061112599/posts/default/4266865775553081792'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7184129537061112599/posts/default/4266865775553081792'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://xn--12cm1cp2bo1d1am.blogspot.com/2010/04/blog-post_14.html' title='เมื่อ ปลาทอง ถึงบ้าน'/><author><name>G_</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7184129537061112599.post-2263944009200373669</id><published>2010-04-05T04:17:00.000-07:00</published><updated>2010-04-05T05:04:46.451-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ปลาทอง'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ปลาทอง กับ ฮวงจุ้ย'/><title type='text'>ปลาทอง กับ ฮวงจุ้ย</title><content type='html'>ปลาทอง เป็นสัตว์น้ำที่คนจีน นิยมเลี้ยงกันมายาวนาน หนึ่งในเหตุผลของการเลี้ยงปลาทอง คือ การเสริมดวงชะตา ด้วยศาสตร์ฮวงจุ้ย&lt;br /&gt;โดยพื้นฐานแล้ว ศาสตร์ ฮวงจุ้ย ก็คือ ลม กับ น้ำ ตามชื่อ (ฮวง คือ ลม จุ้ย คือ น้ำ) การเลี้ยงสัตว์น้ำ หรือ การทีบ่อน้ำบ่อปลา หรือ ตู้ปลาทอง ก็คือ จุ้ย นั้นเอง ตามหลักฮวงจุ้ยพี้นฐาน น้ำ ควรที่จะอยู่ทางด้านซ้ายของตัวบ้าน เมื่อหันออกนอกบ้าน (เรียกเป็นภาษาฮวงจุ้ยว่าทางด้านมังกร) ซึ่งอันนี้ก็เป็นความเชื่อของแต่ละบุคคล แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ตู้ปลาทองควรต้องอยู่ในสภาพที่สะอาด น้ำไม่ดำหรือสกปรก เพราะนอกจากจะเป็นอัปมงคลแล้ว ยังทำให้น้องปลาทอง สุดรักของเรามีสุขภาพที่ไม่ดีได้อีกด้วย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การวางตู้ปลาตามหลักฮวงจุ้ย นั้นมีหลักการมากมาย ไม่ว่าจะต้องดูยุคบ้าน หรือ ดูตำแหน่งดาวที่เป็นมงคล รวมถึงตำแหน่งที่ดี ในแต่ละทิศของบ้านตัวบ้าน หรือ บางสำนักอาจจะดูถึงตำแหน่งที่เป็นมงคลของผู้เลี้ยงตามจักรราศีอีกด้วย  นอกจากนี้ จำนวนปลาทองที่เลี้ยง ก็เป็นอีกปัจจัยที่ผู้ที่ต้องการเลี้ยงปลาทอง เพื่อเสริมฮวงจุ้ยให้ความสำคัญเช่นกัน แต่ที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในก็คือ การเลี้ยงปลาทอง 8 หรือ 9 ตัวนั้นเอง โดย เลข 8 เป็นเลขมงคลของจีน ซึ่งหมายถึงความมั่งคั่งร่ำรวย ไม่มีที่สิ้นสุด ส่วนเลข 9 ก็ถือว่าเป็นเลขที่มีกำลังมากที่สุด และ ยังเป็นเลขมงคลของไทยอีกด้วย ส่วนเลข 6 ก็เป็นเลขที่เป็นมงคลอีกเลขหนึ่งของจีน แต่ทางไทยแล้วนั้นไม่ค่อยดีนัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่ว่าจะเลี้ยงปลาทองกี่ตัว หรือ เลี้ยงเพื่อหวังผลทางฮวงจุ้ยหรือไม่ก็ตาม ยังไงก็ควรเลี้ยงปลาทองด้วยความรัก และ ดูแลเอาใจใส่ปลาที่เราเลี้ยงให้เป็นอย่างดี รวมถึงดูแลความสะอาดของตู้และบ่อปลาทองให้สะอาดอยู่เสมอ ถ้าเกิดตู้ปลาสกปรก แทนที่จะเสริมความเป็นมงคล อาจจะเสริมอัปมงคลแทนก็เป็นได้ แล้วอย่าหาว่าไม่เตือน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7184129537061112599-2263944009200373669?l=xn--12cm1cp2bo1d1am.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7184129537061112599/posts/default/2263944009200373669'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7184129537061112599/posts/default/2263944009200373669'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://xn--12cm1cp2bo1d1am.blogspot.com/2010/04/blog-post.html' title='ปลาทอง กับ ฮวงจุ้ย'/><author><name>G_</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7184129537061112599.post-3967237253973802282</id><published>2010-03-26T09:43:00.000-07:00</published><updated>2010-03-26T11:52:39.348-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ปลาทอง'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การเลือกปลาทอง'/><title type='text'>การเลือก ปลาทอง</title><content type='html'>ก่อนที่จะเลี้ยง ปลาทอง แน่นอนว่าเราจะต้องมีปลาทองเสียก่อน ซึ่งการที่จะได้มาซึ่งปลาทองก็คือ การไปซื้อมานั้นเอง หรือจะขอจากคนรู้จักก็ไม่ว่ากัน แน่นอนว่าการซึ้อปลาทอง นั้นนอนจากพันธุ์ที่ชอบ กับ สีสันของปลาทองที่ถูกใจแล้ว สิ่งสำคัญก็คือ สุขภาพของปลาทอง นั้นเอง สุขภาพของปลาควรเป็นปลาที่สมบูรณ์ แข็งแรง ไม่ป่วย ไม่มีรอยแผล และต้องมีลักษณะที่ดี เราควรดูให้ละเอียดรวมถึงการว่ายน้ำของปลาอีกด้วย &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากจะดูปลาทองที่เราต้องการว่าไม่ป่วยแล้ว เราจำเป็นต้องดูปลาในตู้ หรือ ในร้านที่เราจะซึ้อด้วยว่า มีปลาป่วยรวมอยู่ด้วย หรือไม่เพราะปลาที่เราชอบ ดูแล้วว่าไม่ป่วย แต่จริงๆอาจจะป่วยอยู่แต่ยังไม่แสดงอาการก็เป็นได้ ยิ่งร้านขายปลาร้านไหน ถ้ามีปลาตายอยู่ในตู้ ก็ควรหลีกเลี่ยงโดยเด็ดขาด &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การว่ายน้ำของปลาก็เป็นสิ่งสำคัญที่ควรดู ปลาทองที่ดีต้องว่ายน้ำได้อย่างสมดุล ว่างไม่เอียง การทรงตัวในน้ำอยู่ในลักษณะที่ตรงเมื่ออยู่กับที่ และสามารถว่ายทวนกระแสน้ำได้ดี &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สภาพภายนอกของปลาทอง ควรอยู่ในลักษณะที่สมบูรณ์ ไม่มีรอยแผล รอยช้ำ หรือ การเปื่อยเน่าของผิว ถ้าจะให้ดีควรดูสภาพของเกร็ดปลาทองด้วย การมีแผลบนผิวหนังของปลานั้นอาจจะทำให้ปลาติดเชื้อได้ง่าย และ ปลาที่เราซื้อมาอาจจะอยู่กับเราได้เพียงไม่กี่วัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซึ่งสุขภาพของปลาที่ซื้อมานั้นสำคัญมาก เพราะถ้าเรามีปลาอยู่แล้ว และได้ปลาที่ป่วยมา อาจจะทำให้ปลาของเราป่วยด้วยก็เป็นไปได้ ซึ่งในกรณีที่เรามีปลาอยู่แล้ว เราควรกักบริเวรปลาทองที่ซื่อมาใหม่ดูอาการ สัก 2-3 วันก่อนที่จะนำไปเลี้ยงรวมกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และอีกสิ่งที่จะลืมไม่ได้สำหรับมือใหม่ ก็คือ สถานที่ที่จะใช้เลี้ยงปลาทอง อย่าเลือกปลาเพลินจนลืมซื้อตู้ปลา เดี่ยวไม่มีที่เลี้ยงจะหาว่าไม่เตือน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7184129537061112599-3967237253973802282?l=xn--12cm1cp2bo1d1am.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7184129537061112599/posts/default/3967237253973802282'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7184129537061112599/posts/default/3967237253973802282'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://xn--12cm1cp2bo1d1am.blogspot.com/2010/03/blog-post_26.html' title='การเลือก ปลาทอง'/><author><name>G_</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7184129537061112599.post-1120730377408207409</id><published>2010-03-25T21:59:00.001-07:00</published><updated>2010-03-25T22:58:09.617-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ปลาทอง'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เตรียมตัวเลี้ยงปลาทอง'/><title type='text'>การเตรียมตัวเลี้ยง ปลาทอง</title><content type='html'>&lt;strong&gt;การเลี้ยงปลาทอง&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การเลี้ยงปลาทอง ไม่ยากอย่างที่คิด การเลี้ยงปลาทองสามารถเลี้ยง ได้ทั้งในบ่อ และในตู้ปลา แต่สิ่งที่สำคัญสำหรับ การเลี้ยงปลาทองก็คือ อ็อกซิเจน ปริมาณปลากับพื้นที่สำหรับเลี้ยงก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง ที่มีความสำคัญ ต่อสุขภาพของปลา ซึ่งถ้าปลาอยู่ในพื้นที่ที่มีจำนวนปลาหนาแน่น จะทำให้ปลาเกิดอาการเครียดขึ้นได้ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก่อนที่จะเลี้ยงปลาทอง คือ ผู้เลี้ยงจะต้องมีความพร้อมในการเลี้ยง และมีความรัก ต่อปลาที่เลี้ยง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_vdd2GIVZVu4/S6xM3KY78jI/AAAAAAAAAGM/eamCf4snw2g/s1600/goldfish1.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 240px;" src="http://2.bp.blogspot.com/_vdd2GIVZVu4/S6xM3KY78jI/AAAAAAAAAGM/eamCf4snw2g/s320/goldfish1.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5452817759404290610" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อนอื่น ปลาทอง คือ สิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง เหมือนสัตว์เลี้ยงอื่นๆ ที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่ และจำเป็นที่เราต้องให้อาหารเป็นประจำ ตู้เลี้ยงปลา หรือ บ่อเลี้ยงปลา ก็เหมือนบ้านของปลาที่เราจำเป็นต้องดูแลเอาใจใส่ ซึ่งเราจำเป็นต้องช่วยทำความสะอาดให้สะอาดอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการล้างตู้ปลา ซึ่งก็ไม่ใช่งานที่ง่ายนัก (ไม่ได้ขู่นะ) ซึ่งความสะอาดก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ ต่อสุขภาพปลาทอง นอกจากนี้ยังมีโรคต่างๆ ที่สามารถทำให้ปลาทองแสนน่ารักของเราป่วยได้ ดังนั้นก่อนจะเลี้ยงปลาทอง หรือ สัตว์เลี้ยงอื่นๆ ควรพิจารณา และเตรียมตัวที่จะเลี้ยงสัตว์เลี้ยงที่เราชื้นชอบให้รอบคอบ เพราะสัตว์เลี้ยงเหล่านั้น ต้องอยู่กับเราไปอีกหลายปี ซึ่งสำหรับปลาทองอาจจะอยู่กับเราไปนานได้ถึง 20 ปีเลยทีเดียว&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7184129537061112599-1120730377408207409?l=xn--12cm1cp2bo1d1am.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7184129537061112599/posts/default/1120730377408207409'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7184129537061112599/posts/default/1120730377408207409'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://xn--12cm1cp2bo1d1am.blogspot.com/2010/03/blog-post_25.html' title='การเตรียมตัวเลี้ยง ปลาทอง'/><author><name>G_</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_vdd2GIVZVu4/S6xM3KY78jI/AAAAAAAAAGM/eamCf4snw2g/s72-c/goldfish1.jpg' height='72' width='72'/></entry></feed>
