ปลาทองอดอาหารได้กี่วัน?
หลายคนที่เลี้ยงปลาทอง แล้วอาจจะมีความจำเป็นต้องไปธุระหรือไม่อยู่บ้านหลายวัน อาจจะสงสัยว่าปลาทองที่เลี้ยงไว้จะอยู่ได้ไหม โดยปกติแล้ว ปลาทองสามารถอดอาหารได้เฉลี่ยประมาณ 2 สัปดาห์ แต่ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และความแข็งแรงของปลาที่เลี้ยงด้วย ปลาทองขนาดใหญ่สามารถอดอาหารได้เป็นเดินโดยไม่ตาย ถ้าไม่สามารถให้อาหารได้ ไม่เกิน 10 วัน ปกติแล้วจะไม่เป็นปัญหาสำหรับปลาทองโตเต็มวัยที่แข็งแรงดี
สำหรับผู้ที่ไม่สามารถอยู่ให้อาหารปลาทองได้นั้น ไม่ควรที่จะให้อาหารปลาทองทิ้งไว้เยอะเกินไป เพราะจะทำให้น้ำเน่าเสีย และทำให้ปลาทองตายได้ง่ายกว่า ถ้าต้องการให้เผื่อไว้ อาจจะให้เพิ่มกว่าปกติเพียงเล็กน้อยเท่านั้น (ป้องกันน้ำเสีย) และควรทำความสะอาดตู้ปลา เปลี่ยนน้ำ และเปลี่ยนกรอง สัก 2 วัน ก่อนที่จะทิ้งปลาทองให้อยู่ลำพัง ถ้ากลับปลาทองหิวเราอาจจะเสริมด้วยสาหร่ายหางกระรอก หรือพืชน้ำอื่นๆ ไว้ในตู้ปลาด้วยก็ได้
หรืออีกวิธีหนึ่งคือหาเครื่องให้อาหารปลาอัตโนมัติมาใช้ ซึ่งในปัจจุบันราคาเครื่องไม่แพงมาก เครื่องให้อาหารปลานั้นทำให้ปลาทองที่เรารักไม่ต้องอดอาหาร และยังสะดวกมากๆ แม้อยู่ในสถานการณ์ปกติที่เราอยู่ให้อาหารได้อีกด้วย
ปลาทอง เป็นปลาน้ำจีดที่ เป็นที่นิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงามมาตั้งแต่ 2000 ปีก่อน การเลี้ยง ปลาทอง นั้นไม่ได้ยากอย่างที่คิด ปลาทอง มีต้นกำเนิดในประเทศจีน ปลาทอง มีหลากหลายพันธุ์ และมีความสวยงามแตกต่างกัน
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหารปลาทอง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหารปลาทอง แสดงบทความทั้งหมด
วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
วันพุธที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
อาหารปลาทอง
อาหารปลาทอง
อาหารของปลาทองอาจจะจำแนกได้หลายหลายชนิด โดยแบ่งเป็น 2 ชนิดหลักๆ คือ อาหารธรรมชาติ และ อาหารสำเร็จรูป ซึ่งแต่ละประเภทก็มีข้อดีที่แตกต่างกันออกไป
อาหารธรรมชาติ แม้ว่าปลาทองนั้นจะเป็นปลาที่กินได้ทั้งพืช และสัตว์เป็นอาหาร แต่ในธรรมชาติแล้วปลาทอง ชอบกินอาหารพวกลูกน้ำ ไรแดง หนอนแดง และ ไส้เดือนน้ำ เป็นต้น โดยอาหารมีชีวิตเหล่านี้จะมีคุณค่าทางอาหารที่สูงมากทำให้ปลาทองเติบโตได้เร็วมีความสมบูรณ์ทางเพศสูง ดังนั้นอาหารประเภทนี้จึงเหมาะสมต่อการใช้เลี้ยงพ่อและแม่พันธุ์ปลาทอง โดยควรที่จะให้ 2 ถึง 3 ครั้ง ต่อวัน อาหารธรรมชาติจะให้ในสภาพที่ยังมีชีวิตอยู่หรือตายแล้วก็ได้ แต่หากเป็นอาหารที่ตายแล้ว (ประเภทอบแห้ง) จะต้องให้ปริมาณที่พอเหมาะ ถ้ามีอาหารเหลือต้องรีบดูดทิ้งทันที เนื่องจากอาหารที่เหลือจะทำให้น้ำเน่าเสียได้ง่ายและเป็นต้นเหตุทำให้เกิดโรคขึ้นได้
ข้อดีของอาหารมีชีวิต
ปกติแล้วสัตว์น้ำจะมีเอนไซม์ที่ช่วยในการย่อย ซึ่งสัตว์น้ำสามารถย่อยและกินได้ตลอดเวลา
อาหารมีชีวิตเหล่านี้ จะมีองค์ประกอบของกรดอะมิโนจำเป็นที่สำคัญ ซึ่งจะช่วยการเจริญเติบโตของปลาทอง
มีสารเร่งสีต่างๆ ตามธรรมชาติ และช่วยยังป้องกันและเสริมสร้างภูมิต้านทานให้แก่ปลาทอง ซึ่งไม่สามารถสังเคราะห์เองตามธรรมชาติ
มีราคาที่ต่ำเมื่อเทียบกับอาหารเม็ดสำเร็จรูปทั่วๆไป ช่วยให้ประหยัด
อาหารสำเร็จรูป ได้แก่ อาหารปลาชนิดเม็ดขนาดเล็กเป็นอาหารที่เหมาะสำหรับใช้เลี้ยงปลาทอง อย่างไรก็ดีเราควรที่จะเลือกอาหารสำเร็จรูปที่มี โปรตีนสูง โดยจะทำให้ปลาทองเจริญเติบโตดี และมีสีสันที่สวยงามโดยทั่วไปส่วนประกอบของอาหารสำเร็จรูปควรประกอบด้วย โปรตีน 40% คาร์โบไฮเดรต 44% ไขมัน 10% วิตามินและแร่ธาตุอื่นๆ 6% โดยประมาณ
สำหรับอาหารที่มีส่วนประกอบของโปรตีนที่ต่ำ จะทำให้ปลาทองโตช้าหรือชะงักการเจริญเติบโต และมีความสมบูรณ์ทางเพศน้อย อย่างไรก็ดีถ้าหากอาหารมีปริมาณโปรตีนมากเกินไป ปลาทองก็จะขับถ่ายของเสีย ออกมามากและทำให้น้ำมีปริมาณแอมโมเนียที่สูงและเป็นพิษต่อปลาทอง
การให้อาหาร ควรให้ ร้อยละ 3 -5 ของน้ำหนักปลาในแต่ละวัน เช่น ปลาทั้งหมด น้ำหนัก 500 กรัม จะให้
อาหารเม็ดวันละ 15 - 25 กรัม โดยแบ่งให้เช้าเย็นหรือจะใช้อาหารผสมแทน ก็ได้ โดยให้มีปริมาณโปรตีนที่ไม่ควรต่ำกว่า 40%
วิธีการให้อาหารสำเร็จรูปมีข้อควรพิจารณาในการให้อาหาร ดังนี้
ปริมาณอาหารที่ให้ ไม่มากเกินไป ปลาควรกินหมดภายใน 15 นาที ถ้าไม่หมดควรตักออก
ความถี่ หลักการให้อาหารควรจะให้ปริมาณน้อยแต่บ่อยครั้งทั้งนี้ควรให้วันละ 2 -3 ครั้งถ้า
อย่างไรก็ตาม เลี้ยงปลาทองด้วยอาหารสำเร็จรูปนั้น ก็ควรที่จะมีการเสริมอาหารมีชีวิตร่วมด้วย
อาหารของปลาทองอาจจะจำแนกได้หลายหลายชนิด โดยแบ่งเป็น 2 ชนิดหลักๆ คือ อาหารธรรมชาติ และ อาหารสำเร็จรูป ซึ่งแต่ละประเภทก็มีข้อดีที่แตกต่างกันออกไป
อาหารธรรมชาติ แม้ว่าปลาทองนั้นจะเป็นปลาที่กินได้ทั้งพืช และสัตว์เป็นอาหาร แต่ในธรรมชาติแล้วปลาทอง ชอบกินอาหารพวกลูกน้ำ ไรแดง หนอนแดง และ ไส้เดือนน้ำ เป็นต้น โดยอาหารมีชีวิตเหล่านี้จะมีคุณค่าทางอาหารที่สูงมากทำให้ปลาทองเติบโตได้เร็วมีความสมบูรณ์ทางเพศสูง ดังนั้นอาหารประเภทนี้จึงเหมาะสมต่อการใช้เลี้ยงพ่อและแม่พันธุ์ปลาทอง โดยควรที่จะให้ 2 ถึง 3 ครั้ง ต่อวัน อาหารธรรมชาติจะให้ในสภาพที่ยังมีชีวิตอยู่หรือตายแล้วก็ได้ แต่หากเป็นอาหารที่ตายแล้ว (ประเภทอบแห้ง) จะต้องให้ปริมาณที่พอเหมาะ ถ้ามีอาหารเหลือต้องรีบดูดทิ้งทันที เนื่องจากอาหารที่เหลือจะทำให้น้ำเน่าเสียได้ง่ายและเป็นต้นเหตุทำให้เกิดโรคขึ้นได้
ข้อดีของอาหารมีชีวิต
ปกติแล้วสัตว์น้ำจะมีเอนไซม์ที่ช่วยในการย่อย ซึ่งสัตว์น้ำสามารถย่อยและกินได้ตลอดเวลา
อาหารมีชีวิตเหล่านี้ จะมีองค์ประกอบของกรดอะมิโนจำเป็นที่สำคัญ ซึ่งจะช่วยการเจริญเติบโตของปลาทอง
มีสารเร่งสีต่างๆ ตามธรรมชาติ และช่วยยังป้องกันและเสริมสร้างภูมิต้านทานให้แก่ปลาทอง ซึ่งไม่สามารถสังเคราะห์เองตามธรรมชาติ
มีราคาที่ต่ำเมื่อเทียบกับอาหารเม็ดสำเร็จรูปทั่วๆไป ช่วยให้ประหยัด
อาหารสำเร็จรูป ได้แก่ อาหารปลาชนิดเม็ดขนาดเล็กเป็นอาหารที่เหมาะสำหรับใช้เลี้ยงปลาทอง อย่างไรก็ดีเราควรที่จะเลือกอาหารสำเร็จรูปที่มี โปรตีนสูง โดยจะทำให้ปลาทองเจริญเติบโตดี และมีสีสันที่สวยงามโดยทั่วไปส่วนประกอบของอาหารสำเร็จรูปควรประกอบด้วย โปรตีน 40% คาร์โบไฮเดรต 44% ไขมัน 10% วิตามินและแร่ธาตุอื่นๆ 6% โดยประมาณ
สำหรับอาหารที่มีส่วนประกอบของโปรตีนที่ต่ำ จะทำให้ปลาทองโตช้าหรือชะงักการเจริญเติบโต และมีความสมบูรณ์ทางเพศน้อย อย่างไรก็ดีถ้าหากอาหารมีปริมาณโปรตีนมากเกินไป ปลาทองก็จะขับถ่ายของเสีย ออกมามากและทำให้น้ำมีปริมาณแอมโมเนียที่สูงและเป็นพิษต่อปลาทอง
การให้อาหาร ควรให้ ร้อยละ 3 -5 ของน้ำหนักปลาในแต่ละวัน เช่น ปลาทั้งหมด น้ำหนัก 500 กรัม จะให้
อาหารเม็ดวันละ 15 - 25 กรัม โดยแบ่งให้เช้าเย็นหรือจะใช้อาหารผสมแทน ก็ได้ โดยให้มีปริมาณโปรตีนที่ไม่ควรต่ำกว่า 40%
วิธีการให้อาหารสำเร็จรูปมีข้อควรพิจารณาในการให้อาหาร ดังนี้
ปริมาณอาหารที่ให้ ไม่มากเกินไป ปลาควรกินหมดภายใน 15 นาที ถ้าไม่หมดควรตักออก
ความถี่ หลักการให้อาหารควรจะให้ปริมาณน้อยแต่บ่อยครั้งทั้งนี้ควรให้วันละ 2 -3 ครั้งถ้า
อย่างไรก็ตาม เลี้ยงปลาทองด้วยอาหารสำเร็จรูปนั้น ก็ควรที่จะมีการเสริมอาหารมีชีวิตร่วมด้วย
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
